บันทึกอนุทินครั้งที่1
วันศุกร์ที่18 มกราคมพ.ศ. 2562
เวลา11:30 -14.30น.
อาจารย์ผู้สอนว่าที่ร.ต.กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
สวัสดีค่ะสำหรับคาบแรกของวิชาสำหรับวันนี้อาจารย์พูดเกี่ยวกับรายละเอียดของเกณฑ์คะแนน และบอกข้อตกลงในการเรียนวิชานี้รวมถึงบอกงานและก็กิจกรรมที่เราต้องทำในภาคเรียนนี้พอคุยถึงเรื่องคะแนนข้อตกลงเสร็จอาจารย์ก็มีเกมทดสอบก่อนเรียนมาให้เล่นเป็นเกม
“Quizizz” เป็นเกมที่ทดสอบความรู้ที่เรามีก่อนที่จะเริ่มเรียน
พอเล่นเกมเสร็จอาจารย์ก็เข้าถึงเรื่องเรียนเลย
บทที่1 เรื่องเด็กปฐมวัยและพัฒนาการ
พัฒนาการทางด้านต่างๆในแต่ละช่วงอายุของเด็กปฐมวัย
การศึกษาปฐมวัยเป็นการศึกษาเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง6ปีและเรียนรู้เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กความต้องการของเด็กสอนให้เด็กเกิด
ความคิดสร้างสรรค์ฝึกพัฒนาการทั้ง4 ด้านเช่นพัฒนาการทางร่างกายพัฒนาการทางด้านสังคมพัฒนาการทางด้านอารมณ์และพัฒนาการทางด้านจิตใจเด็กจะเจริญเติบโตตั้งแต่อยู่ในครรภ์กระทั่งหลังคลอดร่างกายและสมองจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง0-6 ปีแรกของชีวิตขบวนการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือการเจริญเติบโตและพัฒนาการ
พัฒนาการ หมายถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงด้านวุฒิภาวะ(maturity) ของอวัยวะระบบต่างๆและตัวบุคคลทำให้เพิ่มความสามารถของบุคคลให้ทำหน้าที่ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นทำสิ่งที่ยากและซับซ้อนยิ่งขึ้นได้ตลอดจนการเพิ่มทักษะใหม่และความสามารถในการปรับตัวในภาวะใหม่ของบุคคลนั้น
พัฒนาการของเด็กจะแบ่งออกเป็น4 ด้านดังนี้
1. พัฒนาการด้านร่างกาย
2. พัฒนาการด้านสติปัญญา
3. พัฒนาการด้านอารมณ์
4. พัฒนาการด้านสังคม
พฤติกรรมและทักษะชีวิตของมนุษย์ได้จากการเรียนรู้และการสะสมประสบการณ์การเรียนรู้ทักษะบางอย่างจะง่ายและประสบความสำเร็จในช่วงเวลาหนึ่งมากกว่าอีกเวลาหนึ่งและสังคมจะคาดหวังให้เด็กแต่ละคนทำพฤติกรรมที่เหมาะสมให้ได้ในแต่ละช่วงอายุของบุคคล
พัฒนาการที่สำคัญในแต่ละวัย
วัยทารก(0-2 ปี) อายุ0-6 สัปดาห์
เด็กมองหน้าแม่ทำเสียงในลำคอฟังเสียงคุยแล้วยิ้มตอบ
อายุ4-6 เดือน
จำหน้าแม่ได้ส่งเสียงอ้อแอ้และยิ้มตามเสียงเด็กสามารถเอื้อมคว้าจับสิ่งของมาเข้าปาก
อายุ6-9 เดือน
สามารถแยกเสียงของแม่ได้เริ่มแยกแยะความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ชัดเจนเด็กจำหน้าแม่ได้เด็กจะแสดงอาการแปลกหน้ากับผู้ที่ไม่คุ้นเคยและจะติดแม่เรียกว่ากลัวคนแปลกหน้า(Stranger anxiety)
อายุ9-12 เดือน
เด็กมีความผูกพันใกล้ชิดกับผู้เลี้ยงดู(Attachment)และจะติดผู้เลี้ยงดูเมื่อต้องแยกจากพ่อแม่/ผู้เลี้ยงดูเด็กจะร้องไห้และร้องตามเมื่อพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูกลับมาเด็กจะแสดงความดีใจโผเข้าหาและเข้ามาคลอเคลียเด็กวัยนี้จะเริ่มกลัวการพลัดพราก(Separation anxiety)
อายุ12-18 เดือน
-เด็กหัดเดินและชอบสำรวจระยะนี้เด็กจะกระตือรือร้นที่จะสำรวจสิ่งแวดล้อมค้นหาสิ่งแปลกใหม่เด็กมักจะใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการสำรวจตรวจตราดังนั้นควรระมัดระวังสิ่งที่เป็นอันตราย
- ในวัยนี้เด็กจะทดสอบสิ่งต่างๆและดูผลของการกระทำต่อสิ่งแวดล้อมเช่นถ้าพอใจเด็กจะโยนของเล่นว่าจะตกลงมาอย่างไรถ้าพอใจเด็กจะโยนซ้ำถ้าไม่พอใจเด็กจะหยุดหรือหาวิธีอื่นๆบางครั้งเด็กจะกรีดร้องจะเอาของมาโยนอีก
- เด็กเริ่มพูดได้เป็นคำๆอย่างน้อย10 คำ
อายุ18-24 เดือน
เด็กเรียนรู้ภาษาอย่างรวดเร็วและจดจำคำศัพท์ได้ดี
อายุ2-3 ปี
- เด็กเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
- เด็กรู้ว่าตนเองเป็นบุคคลหนึ่งที่แยกจากสภาพแวดล้อมทำให้เด็กต้องการเป็นตัวของตัวเองเด็กจะพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเองเช่นจับช้อนตักอาหารเองเด็กจึงมีพฤติกรรมต่อต้าน(Negativism) ชอบพูดว่า“ไม่” “ไม่เอา” “ไม่ทำ” เป็นต้น
อายุ3-5 ปี
พัฒนาการด้านร่างกาย
-เด็กบังคับกล้ามเนื้อได้ดีขึ้นเด็กชอบปีนป่ายเตะบอลรักลูกบอลชอบเล่นในสนามเด็กสามารถขี่จักรยานสามล้อได้พัฒนาการด้านสติปัญญา
- เด็กเชื่อว่าสิ่งของทุกอย่างมีชีวิติ(Animism) เด็กชอบเล่นสมมุติโดยจะเอาตุ๊กตาตามมาเล่นแล้วสมมุติเป็นพ่อแม่ลูกแสดงท่าป้อนข้าวลูกอาบน้ำแต่งตัวให้ลูกแสดงเป็นเรื่องราวเหมือนว่าตุ๊กตาเป็นสิ่งมีชีวิต
-เด็กเชื่อว่าทุกสิ่งในโลกมีจุดหมายเด็กมักถามว่า“ทำไม” “ทำไมรถจึงวิ่ง” ฯลฯ
- เด็กจะเชื่อมโยงปรากฎการณ์2 อย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันว่าเป็นเหตุและเป็นผลซึ่งกันและกัน
พัฒนาการด้านภาษา
พัฒนาอย่างรวดเร็วเด็กชอบใช้คำถาม“นั่นอะไร” “นี่อะไร” “พ่อไปไหน” เด็กสามารถเข้าใจคำสั่งง่ายๆได้เด็กอายุ4 ขวบชอบใช้คำถาม“ทำไม”
พัฒนาการด้านอารมณ์
เด็กเริ่มมีลักษณะอารมณ์แบบผู้ใหญ่คือโกรธอิจฉากังวลก้าวร้าวพอใจเป็นต้นเด็กจะแสดงความโกรธด้วยการกรีดร้องดิ้นกับพื้นหรือทำร้ายตัวเองแสดงความอิจฉาเมื่อมีน้องใหม่เวลาเล่นสนุกๆก็จะแสดงความพอใจแต่เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องเด็กก็จะกลัว
พัฒนาการด้านสังคม- เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ดีขึ้นอาบน้ำแต่งตัวใส่รองเท้าเองบอกเวลาจะถ่ายได้ถอดกางเกงเข้าห้องน้ำเองและทำความสะอาดหลังขับถ่ายได้- เด็กเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตัวเพื่อให้สังคมยอมรับทำตัวให้เข้ากลุ่มได้รู้จักให้รับรู้จักผ่อนปรนรู้จักแบ่งปันเด็กเรียนรู้จากคำสอนคำอธิบายและการกระทำของพ่อแม่เด็กรู้สึกละอายใจเมื่อทำผิดเด็กเริ่มรู้จักเห็นใจผู้อื่นเมื่อเห็นแม่เสียใจเด็กอาจเอาตุ๊กตามาปลอบเป็นต้น


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น