บันทึกอนุทินครั้งที่14
วันศุกร์ที่19 เมษายนพ.ศ. 2562
เวลา11 : 30-14.30 น.
อาจารย์ผู้สอนว่าที่ร.ต.กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
วันนี้อาจารย์ให้โต้วาทีในหัวข้อการเรียนที่โรงเรียนกับการเรียนที่บ้านและเรียนเรื่องอาหารและโภชนาการสำหรับเด็ก
-การโต้วาที
-การเรียนที่บ้าน
✔ข้อดีของการเรียนที่บ้าน(Home School)
1.พ่อแม่ผู้ปกครองมีเวลาอยู่กับลูกเต็มที่ความผูกพันอบอุ่นระหว่างพ่อแม่ลูกย่อมแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
2.พ่อแม่ผู้ปกครองมีโอกาสเลือกและปรับแนวทางการจัดหลักสูตรและการสอนให้เหมาะกับแบบแผนชีวิตความเชื่อตลอดจนความต้องการและความพร้อมของลูกได้อย่างยืดหยุ่นแทนการส่งลูกไปรับการศึกษาที่บังคับให้ลูกต้องเรียนทุกอย่างเหมือนๆและพร้อมๆกับเด็กอื่นๆในขณะที่ลูกยังอาจไม่สนใจหรือไม่พร้อมที่จะเรียนเรื่องนั้นๆ
3.เด็กได้รับการปฏิบัติในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจและสิทธิเสรีภาพของตนเองไม่มีพ่อแม่คนใดว่าลูกว่าเป็นเด็กเรียนช้าหรือเด็กมีปัญหาเหมือนในโรงเรียน
4.การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ต่อเนื่องตลอดเวลาโดยไม่มีเปิดเทอมหรือปิดเทอมที่ชัดเจนการเรียนรู้อย่างสนุกสนานต่อเนื่องจะค่อยๆปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้อยู่เสมอเช่นกัน
5.และในชีวิตจริงการเรียนรู้และพัฒนาตนเองก็ไม่มีเปิดเทอมหรือปิดเทอมเช่นกันการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงลงมือปฏิบัติจริงเป็นได้ง่ายขึ้นในบรรยากาศของครอบครัวที่สามารถจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ทั้งในบ้านนอกบ้านได้มากมายแทนที่จะให้เด็กเรียนแต่จากหนังสือและคำบรรยายเท่านั้น
🏫การเรียนที่โรงเรียน
✖ข้อเสียของการเรียนที่บ้าน(Home School)
1.การอยู่กับลูกตลอดเวลาแทบจะทั้งวันนั้นพ่อแม่จะเริ่มจัดการได้ยากเมื่อลูกรู้สึกหงุดหงิดกระวนกระวายไม่อยากเรียน
2.เลือกให้ลูกเรียนหนังสืออยู่บ้านพ่อแม่จำเป็นต้องตอบคำถามและอธิบายเรื่องโฮมสคูลอยู่บ่อยๆการพูดคุยกับคนอื่นที่แตกต่างกันนั้นอาจจะทำให้รู้สึกเปรียบเทียบกับคนอื่นๆและสงสัยในตัวเองว่าที่ตัดสินใจไปนั้นถูกต้องหรือเปล่า
3.พ่อแม่ต้องยับยั้งอารมณ์โกรธและอดทนให้มากเมื่อลูกดื้อไม่อยากเรียนหนังสือ
4.ต้องวางแผนจัดการสอนแบบโฮมสคูลให้ดีเพราะอาจจะไม่เข้มข้นเท่ากับการเรียนในโรงเรียนทำให้ลูกเรียนรู้ได้ช้ากว่าเด็กที่เรียนในโรงเรียน
5.พ่อแม่ต้องเตรียมเงินเพื่อซื้อหนังสือจำนวนมากรวมไปถึงค่าอุปกรณ์การเรียนหรือสื่อการสอนแบบต่างๆ
6.ในฐานะคุณครูพ่อแม่ต้องศึกษาให้มากเพื่อจะพร้อมให้ความรู้กับลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
7.เพื่อให้ลูกตั้งใจเรียนพ่อแม่ต้องคอยกระตุ้นลูกอยู่เสมอลูกจะได้พร้อมเรียนรู้
8.ต้องคอยพูดคุยกับพ่อแม่คนอื่นๆที่สอนหนังสือให้ลูกที่บ้านแบบเดียวกันเพื่อขอคำแนะนำและวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม
9.ถ้าอยากให้ลูกเรียนรู้อย่างเหมาะสมตามช่วงวัยพ่อแม่ต้องใช้เวลาอย่างมากในการศึกษาแนวทางการเรียนของเด็กค้นหาหลักสูตรที่ลูกจำเป็นต้องรู้รวมถึงการจัดโปรแกรมการเรียนการสอนให้ลูกอย่างเหมาะสม
10.ใช้เวลาหาคนที่เรียนหนังสือที่บ้านแบบเดียวกับลูกเพื่อให้เด็กที่เรียนแบบโฮมสคูลได้รู้จักกันจะได้สร้างสังคมให้กับลูกโดยที่ลูกไม่รู้สึกแปลกแยก
✔ข้อดีของการเรียนที่โรงเรียน(Hi School)
1.ได้เข้าสังคมได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น
2.การศึกษาเป็นระบบมากกว่าการเรียนที่บ้าน
3.ได้เรียนรู้การแก้ปัญหาด้วยตนเอง
4.มีตัวเลือกในการเรียนเยอะกว่า
5.ได้สัมผัสกับประสบการณ์ในการใช้ชีวิต
✖ข้อเสียของการเรียนที่โรงเรียน(Hi School)
1.ค่าใช้จ่ายสูงกว่า
2.ข้อกำหนดคุณสมบัติในการเข้าเรียนเยอะและเข้มงวดกว่า
แต่ละครอบครัวก็มีความต้องการที่แตกต่างกันไม่ว่าพ่อแม่จะเลือกให้ลูกเรียนทางไหนก็ย่อมดีที่สุดแล้วกับการตัดสินใจและไม่ว่าจะเรียนที่บ้านหรือที่โรงเรียนก็ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
อาหารและโภชนาการสำหรับเด็ก
ปัจจุบันอาหารสำเร็จรูปสำหรับริโภคมีมากมายในตลาด ซึ่งผู้ผลิตคำนึง ถึงความสะดวกของผู้บริโภคเป็นหลัก สามารถเก็บไว้ได้นาน ในทุกอุณหภูมิ มีรสชาติถูกปากผู้บริโภค ผู้ผลิตโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อว่าอาหารนั้นๆ ดี มีคุณค่า อร่อย ทันสมัย หากผู้บริโภคหลงเชื่อโดยมิได้ไตร่ตรองหรือขาดความรู้ด้านโภชนาการ ก็จะรับประทานอาหารนั้นจนลืมคิดไปว่าการที่จะทำให้อาหารนั้นๆ คง สภาพความอร่อย ความหอม ความมัน ความหวาน คงสีสันไว้ได้ตลอด นั้นต้องอาศัยสารเคมีช่วยในการปรุงแต่งรูป รส กลิ่น และสี ให้คงเดิม วัตถุเหล่านี้เองที่เป็นอันตรายได้
การขาดสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งจากความบกพร่องของการบริโภค อาหาร จะทำให้เกิดอาการผิดปกติของร่างกายกลายเป็นโรคขาดสารอาหาร ยิ่งเมื่อเกิดในเด็กวัยที่กำลังเจริญเติบโต คือ อายุระหว่างแรกเกิดจนถึง 5 ปี ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของอนาคตแล้ว ก็ยิ่งเป็นปัญหาที่เลวร้ายมากที่สุด การ ขาดสารอาหารในวัยเด็กจะทำให้เกิดความชะงักของการเจริญเติบโตเด็กจะ แคระแกร็น ส่งผลกระทบต่อระบบสมอง เนื่องจากมีการค้นพบว่า สมองของ คนเราจะเจริญอย่างรวดเร็วถึง 90% ในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต ต่อจากนั้นจะ เจริญต่อไปจนอายุ 5 ปีหากช่วงอายุดังกล่าวเด็กได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน นอกจากร่างกายเจริญเติบโตไม่ดีแล้ว สมองก็จะเจริญเติบโตไม่เต็มที่ด้วย
อาหารที่มีโทษเป็นพิษภัยแก่เด็ก
ปัจจุบันอาหารสำเร็จรูปสำหรับริโภคมีมากมายในตลาด ซึ่งผู้ผลิตคำนึง ถึงความสะดวกของผู้บริโภคเป็นหลัก สามารถเก็บไว้ได้นาน ในทุกอุณหภูมิ มีรสชาติถูกปากผู้บริโภค ผู้ผลิตโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อว่าอาหารนั้นๆ ดี มีคุณค่า อร่อย ทันสมัย หากผู้บริโภคหลงเชื่อโดยมิได้ไตร่ตรองหรือขาดความรู้ด้านโภชนาการ ก็จะรับประทานอาหารนั้นจนลืมคิดไปว่าการที่จะทำให้อาหารนั้นๆ คง สภาพความอร่อย ความหอม ความมัน ความหวาน คงสีสันไว้ได้ตลอด นั้นต้องอาศัยสารเคมีช่วยในการปรุงแต่งรูป รส กลิ่น และสี ให้คงเดิม วัตถุเหล่านี้เองที่เป็นอันตรายได้
❌ปัญหาการขาดสารอาหารและการแก้ไขปัญหาการขาดสารอาหารในเด็ก
การขาดสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งจากความบกพร่องของการบริโภค อาหาร จะทำให้เกิดอาการผิดปกติของร่างกายกลายเป็นโรคขาดสารอาหาร ยิ่งเมื่อเกิดในเด็กวัยที่กำลังเจริญเติบโต คือ อายุระหว่างแรกเกิดจนถึง 5 ปี ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของอนาคตแล้ว ก็ยิ่งเป็นปัญหาที่เลวร้ายมากที่สุด การ ขาดสารอาหารในวัยเด็กจะทำให้เกิดความชะงักของการเจริญเติบโตเด็กจะ แคระแกร็น ส่งผลกระทบต่อระบบสมอง เนื่องจากมีการค้นพบว่า สมองของ คนเราจะเจริญอย่างรวดเร็วถึง 90% ในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต ต่อจากนั้นจะ เจริญต่อไปจนอายุ 5 ปีหากช่วงอายุดังกล่าวเด็กได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน นอกจากร่างกายเจริญเติบโตไม่ดีแล้ว สมองก็จะเจริญเติบโตไม่เต็มที่ด้วย
หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการเด็ก
➤หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
ดังนั้นผู้เลียงดูเด็กควรคำนึงถึงการจัดอาหารให้เหมาะสมกับสภาพและวัยของแต่ละบุคคลโดยคำนึงถึงความต้องการสารอาหาร
ประโยชน์ที่จะได้รับจากสารอาหาร ปริมาณของอาหารที่ควรได้รับ
และพิษภัยของอาหาร
เด็กที่ได้รับอาหารที่ดีมีคุณภาพ ได้รับอาหารเพียงพอ มีสารอาหารคบถ้วนตามความต้องการ
จะมีสุขภาพอนามัยทีสมบูรณ์ มีการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ เป็นปกติ
แต่หากเด็กคนใดไม่ได้รับอาหารที่ดี ไม่เพียงพอ อาหารไม่มีคุณภาพ
จะเกิดภาวะขาดสารอาหาร สุขภาพอนามัยไม่สมบูรณ์ รูปร่างแคระแกร็น เติบโตช้า
พัฒนาการไม่สมวัย สภาพร่างกายผิดปกติ ส่งผลให้พฤติกรรมผิดปกติไปด้วย
➤ในช่วงอายุแรกเกิดถึง
5 ปี ถือเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของการเจริญเติบโตและการมีพัฒนาการใน ทุก ๆ
ด้านของชีวิตเพราะเป็นช่วงที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างรวดเร็ว
หากเด็กได้รับการเลี้ยงดู
ได้รับอาหารอย่างเพียงพอและถูกต้องจะเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง
ในที่นี้ควรทำความเข้าใจถึงความหมายของคำว่า
การเจริญเติบโตและพัฒนาการว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร การเจริญเติบโต หมายถึง
การะบวนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาวะที่สมบูรณ์
ทั้งด้านการเพิ่มขนาดของร่างกายทุกส่วนหรือเฉพาะส่วน สามารถวัดได้ เช่นน้ำหนัก
ความสูง ขนาด ความหนาแน่น เป็นต้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น